เกิดได้จากหลายกลไกที่ต่างกันมาก แม้ลักษณะที่มองเห็นจะคล้ายกัน กลุ่มที่พบบ่อยคือ การบาดเจ็บหรือเสียดสีจากฟันและอุปกรณ์ในช่องปาก แผลร้อนในซึ่ง NIDCR ระบุว่ายังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด การติดเชื้อไวรัส ปากแห้ง ยาบางชนิด โรคประจำตัวบางอย่าง และผลจากเคมีบำบัดหรือรังสีรักษา สิ่งที่ใช้ตัดสินใจไม่ใช่ชื่อของแผล แต่คือแผลอยู่นานแค่ไหน และกระทบการกินดื่มมากแค่ไหน NHS ระบุว่าแผลส่วนใหญ่หายเองใน 1–2 สัปดาห์ และควรพบแพทย์เมื่ออยู่นานเกิน 3 สัปดาห์
แผลในปากเป็นตัวอย่างที่ดีของอาการที่หน้าตาเหมือนกันแต่มาจากคนละที่ แผลจากการกัดกระพุ้งแก้ม แผลร้อนใน และแผลจากการติดเชื้อไวรัส อาจดูคล้ายกันมากในกระจก แต่ต้นทางต่างกันคนละเรื่อง
หน้านี้จึงไม่ได้เริ่มจากการให้ชื่อโรค แต่เริ่มจากสิ่งที่ใช้ตัดสินใจได้จริง คือกลไกที่เป็นไปได้ และเกณฑ์ที่บอกว่าเมื่อไรควรให้คนตรวจ
กลุ่มสาเหตุหลักของแผลในปาก
| กลุ่ม | กลไก | ลักษณะที่มักพบ | อ่านต่อ |
|---|---|---|---|
| การบาดเจ็บและเสียดสี | ฟันคม ขอบวัสดุอุดฟัน เหล็กจัดฟัน ฟันปลอม การกัด หรืออาหารแข็งบาด | แผลเดี่ยว ตำแหน่งตรงกับสิ่งที่เสียดสี มักกลับมาที่เดิมถ้าไม่แก้ต้นเหตุ | แผลในกระพุ้งแก้ม |
| แผลร้อนใน (aphthous) | ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด มีปัจจัยกระตุ้นที่เป็นไปได้ | แผลกลมหรือรี ขอบแดง กลางขาวหรือเหลือง ไม่ติดต่อ | แผลร้อนใน |
| การติดเชื้อไวรัส | ไวรัสบางชนิดทำให้เกิดแผลในปาก มักมีไข้นำ | แผลหลายจุด มักมีไข้ พบบ่อยในเด็ก | แผลในปากเด็ก |
| ยา | ยาบางกลุ่มสัมพันธ์กับการเกิดแผลในปาก | NHS inform ระบุถึง NSAIDs เช่น ibuprofen, nicorandil และ beta-blockers | แผลไม่หาย |
| ปากแห้ง | น้ำลายน้อยลงทำให้เยื่อบุขาดการหล่อลื่นและถูกรบกวนง่ายขึ้น | รู้สึกแห้ง แสบเมื่อกินของเผ็ดหรือเค็ม เคี้ยวและกลืนลำบาก | ปากแห้ง น้ำลายน้อย |
| การรักษามะเร็ง | เคมีบำบัดและรังสีรักษากระทบเยื่อบุที่ผลัดเซลล์เร็ว | แผลกว้างและกระจาย เจ็บมาก กลืนลำบาก | Oral mucositis |
| โรคประจำตัวบางอย่าง | บางภาวะสัมพันธ์กับแผลที่เป็นซ้ำหรือเรื้อรัง | nidirect ระบุถึงโรคโครห์น โรคซีลิแอค reactive arthritis ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ และโรคเบห์เชต | แผลร้อนในเป็นบ่อย |
ข้อจำกัดที่ต้องยอมรับ การดูด้วยตาอย่างเดียวแยกไม่ได้ทุกกรณี แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญก็ต้องอาศัยประวัติ ระยะเวลา และบางครั้งการตรวจเพิ่ม สิ่งที่หน้านี้ทำได้คือช่วยตั้งสมมติฐาน ไม่ใช่ให้คำวินิจฉัย

แผลในปากไม่ได้มีผลแค่ในปาก
คนมักประเมินแผลจากขนาด แต่สิ่งที่กระทบชีวิตจริงคือตำแหน่ง และมันขวางอะไรบ้าง แผลเล็กใต้ลิ้นที่โดนทุกครั้งที่กลืน สร้างปัญหามากกว่าแผลใหญ่กว่าในจุดที่ไม่มีอะไรมาสัมผัส
เส้นทางที่เกิดขึ้นจริงเป็นแบบนี้ ความเจ็บทำให้เลี่ยงอาหารบางชนิด กินช้าลง หรือกินน้อยลง เมื่อดื่มน้อยลงด้วย ของเหลวที่ได้รับก็ลดลง คนที่กินได้น้อยหลายวันจะเริ่มอ่อนเพลีย และเมื่ออาหารกับใยอาหารลดลง การขับถ่ายก็อาจเปลี่ยนตามมาทางอ้อม ไม่ใช่เพราะแผลไปทำอะไรกับลำไส้ แต่เพราะสิ่งที่เข้าปากเปลี่ยนไป
ในคนทั่วไป วงจรนี้จบเองเมื่อแผลหาย แต่ในเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยที่เปราะบาง ไม่กี่วันที่กินดื่มได้น้อยมีน้ำหนักมากกว่านั้น NIDCR ระบุว่าควรพบแพทย์เมื่อแผลรุนแรงจนกินหรือดื่มลำบาก ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่ยึดที่ผลกระทบต่อการใช้ชีวิต ไม่ใช่ที่หน้าตาของแผล
nidirect ก็ระบุในทำนองเดียวกันว่าแผลในปากทำให้กิน ดื่ม หรือแปรงฟันไม่สบาย ส่วน NHS inform ระบุว่าการรักษาช่วยลดบวมและความไม่สบาย และอาจช่วยเมื่อแผลกระทบการกินและการดื่ม

เมื่อไรควรพบแพทย์
| สถานการณ์ | ควรทำ | ที่มา |
|---|---|---|
| แผลหรือก้อนอยู่นานเกิน 3 สัปดาห์ โดยไม่ทราบสาเหตุ | พบแพทย์หรือทันตแพทย์ | NHS |
| เจ็บจนกินหรือดื่มลำบาก | พบแพทย์ | NIDCR |
| เป็นซ้ำบ่อย | พบแพทย์ | NIDCR |
| แผลต่างจากที่เคยเป็น เช่น ใหญ่กว่าเดิม หรืออยู่ใกล้คอหอย | พบแพทย์ | NHS |
| แผลเจ็บขึ้นหรือแดงขึ้น | พบแพทย์ อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อแบคทีเรียที่อาจต้องใช้ยาปฏิชีวนะ | NHS inform |
| อยู่ระหว่างการรักษามะเร็ง หรือมีภูมิคุ้มกันต่ำ | แจ้งทีมที่รักษา ไม่ใช้เกณฑ์เดียวกับคนทั่วไป | NCI |
รายละเอียดของแต่ละเกณฑ์พร้อมเหตุผล อยู่ที่ แผลในปากแบบไหนควรไปพบแพทย์
แผลในปากในเด็ก
ในเด็ก เกณฑ์ต่างออกไป เพราะสิ่งที่ต้องเฝ้าไม่ใช่ตัวแผล แต่คือเด็กยังดื่มได้พอไหม CDC ระบุว่าเด็กเล็กอาจขาดน้ำได้ถ้ากลืนของเหลวได้ไม่พอเพราะแผลในปากเจ็บ
โรคมือเท้าปากเป็นหนึ่งในสาเหตุที่พบบ่อยของแผลในปากเด็กเล็ก CDC ระบุว่าพบบ่อยในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี มักมีไข้ แผลในปาก และผื่นที่ผิวหนัง และส่วนใหญ่ดีขึ้นเองใน 7–10 วัน สำหรับหน้านี้ ข้อมูลระดับนี้เพียงพอ เพราะรายละเอียดเฉพาะโรคอยู่ในเว็บที่ทำเรื่องนี้โดยตรง คู่มือเต็มอยู่ที่ www.มือเท้าปาก.com
ภาพรวมของแผลในปากเด็กทุกสาเหตุ พร้อมสัญญาณที่ไม่ควรรอ อยู่ที่ แผลในปากเด็ก
การดูแลเบื้องต้นและขอบเขต
สิ่งที่ต้องยอมรับก่อนคือเรื่องเวลา NHS ระบุว่าแผลในปากต้องใช้เวลาหาย ไม่มีทางลัด และ NIDCR ระบุว่าไม่มีวิธีรักษาที่ทำให้แผลร้อนในหายขาดและไม่กลับมาเป็นซ้ำ การดูแลจึงมุ่งไปที่การลดความเจ็บและลดการถูกรบกวนระหว่างที่ร่างกายซ่อมตัวเอง
ในเชิงกลไก ทางเลือกแบ่งตามเป้าหมายได้ดังนี้ กลุ่มที่ลดการรับรู้ความเจ็บ เช่น ยาชาเฉพาะที่ กลุ่มที่ลดปวดหรือการอักเสบ กลุ่มคอร์ติโคสเตียรอยด์ที่แพทย์สั่งสำหรับแผลบางชนิด กลุ่มน้ำยาฆ่าเชื้อ กลุ่มเจล ยาป้าย หรือแผ่นแปะที่คลุมแผลเฉพาะจุด และกลุ่มชั้นกั้นชนิดยึดเกาะเยื่อบุที่ตั้งเป้าลดการที่อาหาร น้ำ น้ำลาย และแรงเสียดสีมากระทบแผลซ้ำ
สองปัจจัยที่ตัดสินว่าอะไรใช้ได้คือ แผลเป็นแผลเดี่ยวหรือกระจายหลายจุด และแผลอยู่ในตำแหน่งที่เข้าถึงได้ไหม กลุ่มชั้นกั้นไม่ได้รักษาสาเหตุ ไม่ได้ทำให้หายเร็วขึ้น ไม่ได้ฆ่าเชื้อ และไม่ใช่ยาชา ผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดต่างกันทั้งส่วนประกอบ อายุที่ใช้ได้ และข้อควรระวัง จึงควรอ่านฉลากจริงและปรึกษาเภสัชกรหรือทันตแพทย์ก่อนใช้ โดยเฉพาะในเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยมะเร็ง
ถ้าแผลเข้าเกณฑ์ที่ควรพบแพทย์ตามตารางด้านบน ควรไปตรวจก่อน ไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ใด ๆ เพื่อรอดูอาการต่อ รายละเอียดของแต่ละกลุ่มอยู่ที่ วิธีดูแลแผลในปากที่บ้าน
เมื่อเห็นแผล ควรเดินความคิดอย่างไร
แทนที่จะเดาชื่อโรค ลองเดินตามคำถามเป็นชั้น ๆ แต่ละทางแยกนำไปสู่สิ่งที่ควรทำต่อไม่เหมือนกัน
{table(["ถ้าลักษณะเป็นแบบนี้", "น่าจะเข้ากับ", "สิ่งที่ควรทำต่อ"], [ ("แผลเดี่ยว ตรงกับฟันหรือจุดที่กระแทก ไม่มีไข้", "การบาดเจ็บหรือเสียดสี", "ดูว่ามีอะไรคมหรือเสียดสีจุดนั้น ถ้ากลับมาที่เดิมเสมอควรให้ทันตแพทย์ดู"), ("แผลกลมขอบแดง กลางขาวหรือเหลือง ไม่มีไข้ เป็นซ้ำได้", "แผลร้อนใน", "ลดสิ่งที่ระคายและจัดการความเจ็บ ถ้าเป็นซ้ำบ่อยให้แพทย์ประเมิน"), ("แผลหลายจุด มีไข้ หรือมีผื่นที่มือเท้า พบในเด็ก", "การติดเชื้อไวรัส", "ในเด็กโฟกัสที่ของเหลวก่อน และดูเกณฑ์พบแพทย์"), ("รู้สึกปากแห้ง เคี้ยวกลืนลำบาก อาหารเผ็ดเค็มทำให้แสบ", "ปากแห้ง", "หาสาเหตุของปากแห้ง โดยเฉพาะเรื่องยาและโรคที่มีอยู่"), ("เป็นซ้ำบ่อยมาก", "หลายปัจจัยรวมกัน", "ให้แพทย์ประเมิน อาจมีภาวะขาดสารอาหารหรือปัจจัยอื่นที่แก้ได้"), ("อยู่นานเกิน 3 สัปดาห์", "กลุ่มที่ต้องหาสาเหตุ", "ไปตรวจ ไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์กลบอาการเพื่อรอดูต่อ"), ("อยู่ระหว่างเคมีบำบัด ฉายแสง หรือภูมิคุ้มกันต่ำ", "กลุ่มเปราะบาง", "แจ้งทีมที่รักษา โดยเฉพาะถ้ามีไข้"), ], caption="เดินความคิดจากลักษณะแผล ไปสู่สิ่งที่ควรทำต่อ", row_header=True)}ประโยชน์ของการเดินแบบนี้คือ คุณไม่ต้องรู้ชื่อแผลเพื่อจะรู้ว่าควรทำอะไรต่อ
ข้อมูลใดที่เปลี่ยนสิ่งที่ต้องทำต่อ
ไม่ใช่ทุกอย่างที่เห็นมีน้ำหนักเท่ากัน บางอย่างเปลี่ยนการตัดสินใจจริง บางอย่างแทบไม่เปลี่ยน
{table(["ข้อมูล", "ถ้าเปลี่ยน เปลี่ยนการตัดสินใจไหม", "เพราะอะไร"], [ ("ระยะเวลาที่เป็น", "เปลี่ยนมาก", "เป็นเกณฑ์หลักของ NHS เกิน 3 สัปดาห์คือจุดที่ควรตรวจ"), ("กินหรือดื่มได้ไหม", "เปลี่ยนมาก", "NIDCR ระบุว่าเจ็บจนกินดื่มลำบากคือเกณฑ์พบแพทย์ ในเด็กเรื่องขาดน้ำมาก่อนเสมอ"), ("มีไข้ไหม", "เปลี่ยนมาก", "ไข้ที่มาก่อนแผลเป็นเบาะแสของการติดเชื้อ และในผู้ป่วยมะเร็งคือเหตุให้ติดต่อทีมทันที"), ("เป็นซ้ำบ่อยไหม", "เปลี่ยนปานกลาง", "แผลซ้ำอาจมีปัจจัยที่แก้ได้ ควรให้แพทย์ประเมิน"), ("สีของแผล", "เปลี่ยนน้อย", "สีเพียงอย่างเดียวบอกกลไกได้น้อย"), ("ขนาดของแผล", "เปลี่ยนน้อย", "ตำแหน่งและผลต่อการกินสำคัญกว่าขนาด"), ], caption="ข้อมูลใดเปลี่ยนการตัดสินใจ และข้อมูลใดแทบไม่เปลี่ยน", row_header=True)}สามกรณีตัวอย่าง
ตัวอย่างเหล่านี้ช่วยให้เห็นว่าการเดินความคิดใช้จริงอย่างไร ไม่ใช่คำวินิจฉัย
กรณีที่ 1 — แผลเดียวที่กระพุ้งแก้ม เจ็บเวลาเคี้ยว
ผู้ใหญ่คนหนึ่งมีแผลเดี่ยวตรงกระพุ้งแก้มด้านที่เพิ่งอุดฟันมา ไม่มีไข้ ยังกินอย่างอื่นได้ การเดินความคิดชี้ไปที่การเสียดสี สิ่งที่ควรทำคือดูว่าขอบวัสดุอุดฟันคมไหม ถ้าแผลกลับมาที่เดิมเรื่อย ๆ ควรให้ทันตแพทย์ดู ไม่ใช่เปลี่ยนยาทาไปเรื่อย ๆ
กรณีที่ 2 — เด็กเล็กงอแง ไม่ยอมกิน มีไข้มาสองวัน
เด็กสองขวบมีไข้นำมาก่อน แล้วเริ่มไม่ยอมดื่มนม น้ำลายไหล การเดินความคิดชี้ไปที่การติดเชื้อ สิ่งที่สำคัญที่สุดในกรณีนี้ไม่ใช่ชื่อของไวรัส แต่คือทำให้เด็กยังดื่มได้ และดูสัญญาณขาดน้ำ ถ้าดื่มได้ไม่ดีจนกังวล ควรพบแพทย์
กรณีที่ 3 — แผลที่ลิ้นอยู่มาเกือบเดือน ไม่ค่อยเจ็บ
ผู้ใหญ่คนหนึ่งมีแผลที่ขอบลิ้นมาเกือบสี่สัปดาห์ ไม่ค่อยเจ็บจึงไม่ได้สนใจ การเดินความคิดชี้ว่าระยะเวลาคือข้อมูลสำคัญที่สุดที่นี่ แผลที่อยู่นานเกิน 3 สัปดาห์ควรได้รับการตรวจ ไม่ว่าจะเจ็บหรือไม่ ตามเกณฑ์ของ NHS
