ให้ยึดเกณฑ์เวลา NHS ระบุว่าแผลในปากส่วนใหญ่หายเองใน 1–2 สัปดาห์ และควรพบแพทย์หรือทันตแพทย์ เมื่อแผลอยู่นานเกิน 3 สัปดาห์ รวมถึงเมื่อแผลต่างจากที่เคยเป็น เช่น ใหญ่กว่าเดิมหรืออยู่ใกล้คอหอย หรือเมื่อมีเลือดออกหรือเจ็บและแดงขึ้น NHS inform ระบุว่าอาการเจ็บขึ้นหรือแดงขึ้นอาจเป็นสัญญาณของ การติดเชื้อแบคทีเรียที่อาจต้องใช้ยาปฏิชีวนะ แผลส่วนใหญ่ที่อยู่นานไม่ใช่มะเร็ง แต่เป็นกลุ่มที่ควรให้คนตรวจหาสาเหตุ ไม่ใช่เดาเอง
คนส่วนใหญ่ที่ค้นเรื่องนี้กำลังทำสิ่งเดียวกัน คือส่องกระจกดูแผลเดิมเป็นวันที่สิบกว่า แล้วเริ่มคิดว่าปกติหรือเปล่า
คำตอบสั้น ๆ คือมีเส้นเวลาที่ใช้ตัดสินใจได้ และมันตรงไปตรงมากว่าที่คิด
เส้นเวลาที่ใช้ตัดสินใจ
| ระยะเวลา | สถานการณ์ | ควรทำ |
|---|---|---|
| 1–2 สัปดาห์ | แผลค่อย ๆ ดีขึ้น เจ็บน้อยลง | อยู่ในช่วงปกติ NHS ระบุว่าแผลในปากส่วนใหญ่หายเองใน 1–2 สัปดาห์ |
| เกิน 3 สัปดาห์ | แผลหรือก้อนยังอยู่ โดยไม่ทราบสาเหตุ | พบแพทย์หรือทันตแพทย์ NHS ระบุเป็นเกณฑ์ที่ชัดเจน |
| ช่วงใดก็ตาม | แผลต่างจากที่เคยเป็น เช่น ใหญ่กว่าเดิม หรืออยู่ใกล้คอหอย | พบแพทย์หรือทันตแพทย์ ไม่ต้องรอครบ 3 สัปดาห์ |
| ช่วงใดก็ตาม | มีเลือดออก หรือเจ็บและแดงขึ้นเรื่อย ๆ | พบแพทย์ NHS inform ระบุว่าอาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อแบคทีเรียที่อาจต้องใช้ยาปฏิชีวนะ |
| ช่วงใดก็ตาม | เจ็บจนกินหรือดื่มลำบาก | พบแพทย์ NIDCR ระบุเป็นเกณฑ์ที่ควรพบแพทย์ |
ทำไมต้องเป็น 3 สัปดาห์ เหตุผลไม่ใช่เพราะแผลที่อยู่นานมักร้ายแรง เพราะส่วนใหญ่ไม่ใช่ แต่เพราะแผลที่ไม่ยอมหายตามกลไกปกติของร่างกายเป็นกลุ่มที่ควรมีคนตรวจหาสาเหตุ NHS inform ระบุว่าในบางกรณี แผลในปากที่อยู่นานอาจเป็นสัญญาณของมะเร็งช่องปาก และหากพบเร็ว โอกาสหายดี
ประโยคหลังนี้คือเหตุผลทั้งหมดของเกณฑ์นี้ ไม่ได้มีไว้ให้กลัว แต่มีไว้เพราะการตรวจเร็วมีประโยชน์จริงในกลุ่มน้อยที่เป็นเรื่องจริงจัง
อะไรทำให้แผลไม่หาย
| กลุ่ม | กลไก | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| ต้นเหตุยังอยู่ | ฟันคม อุปกรณ์ในช่องปาก หรือการกัดซ้ำที่เดิม ทำให้แผลถูกทำใหม่ทุกวัน | แผลจะไม่หายจนกว่าจะแก้ต้นเหตุ ไม่ว่าจะทายาอะไร |
| การติดเชื้อซ้อน | แผลที่มีการติดเชื้อแบคทีเรียซ้อนอาจเจ็บขึ้นและแดงขึ้น | NHS inform ระบุว่าอาจต้องใช้ยาปฏิชีวนะ |
| ยา | ยาบางกลุ่มสัมพันธ์กับการเกิดแผลในปาก | NHS inform ระบุถึง NSAIDs เช่น ibuprofen, nicorandil และ beta-blockers ห้ามหยุดยาเองให้ปรึกษาแพทย์ |
| โรคประจำตัวหรือภาวะทางระบบ | บางภาวะสัมพันธ์กับแผลในปากที่เป็นซ้ำหรือเรื้อรัง | nidirect ระบุถึงโรคโครห์น โรคซีลิแอค reactive arthritis ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ และโรคเบห์เชต |
| การรักษามะเร็ง | เคมีบำบัดและรังสีรักษาอาจทำให้เกิด mucositis | NHS inform ระบุว่าแผลในปากอาจเป็นผลข้างเคียงของเคมีบำบัดหรือรังสีรักษา |
| แผลที่ต้องตรวจเพิ่ม | แผลที่ไม่หายโดยไม่มีคำอธิบายชัดเจน | เป็นเหตุผลของเกณฑ์ 3 สัปดาห์ |
สิ่งที่แพทย์หรือทันตแพทย์จะทำ
การไปตรวจไม่ได้แปลว่าจะเจอเรื่องร้าย ส่วนใหญ่คือการหาคำอธิบายที่ตรง
โดยทั่วไปจะเริ่มจากการดูลักษณะแผลและตำแหน่ง ถามประวัติว่าเป็นมานานแค่ไหน เป็นซ้ำไหม มีอะไรเปลี่ยนไป ใช้ยาอะไรอยู่ และมีอาการอื่นร่วมหรือไม่ NHS inform ระบุว่าแพทย์หรือทันตแพทย์อาจสั่งยาที่แรงขึ้นสำหรับแผลรุนแรง เรื้อรัง หรือติดเชื้อ และ NHS ระบุถึงสเตียรอยด์ในรูปสเปรย์หรือเม็ดอมเป็นตัวอย่าง
ในกรณีที่สงสัยว่ามีภาวะทางระบบร่วม อาจมีการตรวจเลือดเพิ่ม สิ่งเหล่านี้เป็นการหาสาเหตุ ไม่ใช่การรักษาแบบเดา ซึ่งต่างจากการลองเปลี่ยนยาทาไปเรื่อย ๆ ที่บ้าน
สิ่งที่ไม่ควรทำ
- อย่าใช้ผลิตภัณฑ์กลบอาการเพื่อรอดูต่อ ถ้าแผลอยู่นานเกิน 3 สัปดาห์ ประเด็นไม่ใช่ว่าเจ็บแค่ไหน แต่คือทำไมมันไม่หาย การทำให้เจ็บน้อยลงไม่ได้ตอบคำถามนั้น และอาจทำให้เลื่อนการตรวจออกไป
- อย่าหยุดยาที่แพทย์สั่งเอง แม้สงสัยว่ายาอาจเกี่ยวกับแผล ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน เพราะการหยุดยาบางชนิดเองมีความเสี่ยงมากกว่าแผลในปาก
- อย่าเดาจากรูปในอินเทอร์เน็ต การดูด้วยตาอย่างเดียวแยกไม่ได้ทุกกรณี แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญยังต้องอาศัยประวัติและบางครั้งการตรวจเพิ่ม
- อย่ารอให้ครบ 3 สัปดาห์พอดี ถ้ามีสัญญาณอื่น NHS ระบุให้พบแพทย์เมื่อแผลต่างจากที่เคยเป็น เช่น ใหญ่กว่าเดิมหรืออยู่ใกล้คอหอย โดยไม่ต้องรอครบเวลา
