เพราะสมดุลในช่องปากเปลี่ยนไป NCI ระบุว่าเมื่อภูมิคุ้มกันอ่อนแอจากเคมีบำบัด แม้แบคทีเรียปกติในปากก็อาจก่อการติดเชื้อได้ และเมื่อเม็ดเลือดขาวต่ำลง การติดเชื้ออาจเกิดบ่อยขึ้นและรุนแรงขึ้น นอกจากนี้ NCI ยังระบุว่าเยื่อบุที่สลายจาก oral mucositis เปิดทางให้แบคทีเรียและไวรัสเข้าสู่กระแสเลือด สิ่งที่ต้องทำคือแจ้งทีมที่รักษาเมื่อมีแผลใหม่ และติดต่อทันทีเมื่อมีไข้ ไม่ใช่รอดูอาการแบบคนทั่วไป
ในคนที่แข็งแรงดี แผลในปากคือเรื่องที่รอได้ ในคนที่ภูมิคุ้มกันต่ำ ตรรกะนั้นใช้ไม่ได้
ความต่างไม่ได้อยู่ที่แผลเจ็บกว่า แต่อยู่ที่สิ่งที่แผลเปิดทางให้เกิด และความสามารถของร่างกายในการรับมือกับมัน
ใครอยู่ในกลุ่มนี้
กลุ่มที่ต้องใช้เกณฑ์ต่างจากคนทั่วไป ได้แก่ ผู้ที่กำลังได้รับเคมีบำบัดหรือรังสีรักษา ผู้ที่ได้รับการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดหรืออวัยวะ ผู้ที่ใช้ยากดภูมิคุ้มกัน ผู้ที่มีภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำ และผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องจากสาเหตุอื่น
nidirect ระบุว่าแผลในปากที่เป็นซ้ำอาจสัมพันธ์กับภาวะภูมิคุ้มกันอ่อนแอ รวมถึงโรคอื่น เช่น โรคโครห์น โรคซีลิแอค reactive arthritis และโรคเบห์เชต ซึ่งเป็นอีกเหตุผลที่แผลซ้ำในกลุ่มนี้ควรได้รับการประเมิน ไม่ใช่มองว่าเป็นแค่แผลร้อนใน
ถ้าไม่แน่ใจว่าตัวเองหรือคนในบ้านอยู่ในกลุ่มนี้หรือไม่ ให้ถามทีมที่รักษา เพราะระดับของภูมิคุ้มกันเปลี่ยนได้ตามช่วงของการรักษา และคำแนะนำก็เปลี่ยนตามด้วย
ทำไมความเสี่ยงจึงต่างออกไป
| กลไก | สิ่งที่เกิดขึ้น | ที่มา |
|---|---|---|
| เชื้อประจำถิ่นกลายเป็นปัญหา | แม้แบคทีเรียปกติในปากก็อาจก่อการติดเชื้อเมื่อภูมิคุ้มกันอ่อนแอจากเคมีบำบัด | NCI |
| เยื่อบุที่สลายเปิดทาง | oral mucositis ทำให้เยื่อบุปากสลาย จนแบคทีเรียและไวรัสเข้าสู่กระแสเลือดได้ | NCI |
| เม็ดเลือดขาวต่ำ | เมื่อเม็ดเลือดขาวต่ำลง การติดเชื้ออาจเกิดบ่อยขึ้นและรุนแรงขึ้น | NCI |
| เชื้อที่แฝงอยู่กลับมา | ภูมิคุ้มกันที่ถูกกดอาจทำให้ไวรัสเริมที่แฝงอยู่กลับมาก่อโรคเป็นแผลเจ็บในและรอบปาก | NCI |
| ปากแห้งร่วมด้วย | ปากแห้งที่พบบ่อยระหว่างฉายแสงบริเวณศีรษะและลำคออาจเพิ่มความเสี่ยงติดเชื้อในปาก | NCI |
NCI ระบุว่าแผลในปากจากภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำ หรือจากการติดเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา และไวรัส เป็นภาวะแทรกซ้อนเฉียบพลันที่พบบ่อยและเจ็บ นั่นหมายความว่าแผลที่เห็นอาจไม่ได้มาจากสาเหตุเดียว และการแยกต้องอาศัยการประเมินของทีม ไม่ใช่การดูด้วยตาที่บ้าน
สัญญาณที่ต้องติดต่อทีมทันที
| สิ่งที่พบ | ควรทำ |
|---|---|
| มีไข้ โดยเฉพาะขณะได้รับเคมีบำบัดหรือมีเม็ดเลือดขาวต่ำ | ติดต่อทีมหรือไปโรงพยาบาลทันที ไม่ใช่รอดูอาการ |
| แผลใหม่ที่ลุกลามเร็ว | ติดต่อทีมทันที |
| ฝ้าขาวในปาก หรือกลิ่นผิดปกติ | แจ้งทีม เพื่อประเมินการติดเชื้อ |
| แผลรอบปากหรือริมฝีปากที่เป็นตุ่มน้ำแล้วแตก | แจ้งทีม เพราะอาจเกี่ยวกับไวรัสที่กลับมาก่อโรค |
| กลืนไม่ได้ ดื่มไม่ได้ | ติดต่อทีมทันที เพราะเสี่ยงขาดน้ำ |
| มีเลือดออกในปากที่หยุดยาก | ติดต่อทีมทันที |
หลักที่ต่างจากคนทั่วไปมากที่สุดคือเรื่องไข้ ในคนแข็งแรง ไข้ต่ำ ๆ กับแผลในปากเป็นเรื่องที่สังเกตอาการได้ ในผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำ ไข้คือเหตุผลให้ติดต่อทีมทันที
การดูแลช่องปากในกลุ่มนี้
เป้าหมายคือรักษาความสะอาดโดยไม่ทำให้เยื่อบุบาดเจ็บเพิ่ม ซึ่งเป็นสมดุลที่ต้องให้ทีมที่รักษาเป็นคนกำหนด เพราะคำแนะนำเปลี่ยนตามช่วงของการรักษาและระดับเม็ดเลือดขาว
NCI ระบุว่าการดูแลฟันก่อนเริ่มเคมีบำบัดและรังสีรักษาช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อในปาก ฟัน หรือเหงือก และการรักษาทางทันตกรรมบางอย่างอาจต้องเลื่อนไปจนกว่าภูมิคุ้มกันจะกลับมาปกติ นั่นแปลว่าการวางแผนล่วงหน้ากับทันตแพทย์และทีมที่รักษามีค่ามากในกลุ่มนี้
สิ่งที่ต้องปรึกษาทีมก่อนเสมอคือการเริ่มใช้อะไรใหม่ในช่องปาก ทั้งน้ำยาบ้วนปาก เจล สเปรย์ หรือผลิตภัณฑ์ใด ๆ เพราะสภาพเยื่อบุและความเสี่ยงติดเชื้อในช่วงนี้ทำให้สิ่งที่ปลอดภัยกับคนทั่วไปอาจไม่เหมาะกับผู้ป่วยกลุ่มนี้ หน้านี้ไม่แนะนำให้เริ่มใช้ผลิตภัณฑ์ใดด้วยตนเอง
