แผลจากการบาดเจ็บมักเป็นแผลเดี่ยว ตำแหน่งตรงกับฟันหรือจุดที่กระแทก และไม่มีไข้ HSE ระบุว่า traumatic ulcer มักเริ่มเป็นรอยเจ็บที่กระพุ้งแก้ม แล้วขยายเป็นแผลเหลืองเจ็บ และอาจใช้เวลาถึง 2 สัปดาห์จึงหาย หลักการดูแลคือลดการกระทบซ้ำและให้เวลา แต่ถ้าแผลกลับมาที่เดิมเสมอ ต้องหาว่ามีอะไรเสียดสีอยู่ เช่น ฟันคมหรืออุปกรณ์ในช่องปาก สำหรับทารก HSE ระบุว่าหากให้นมขวด ควรใช้ขนาดจุกที่ถูกต้องเพื่อเลี่ยงการบาดเจ็บในปาก
เด็กล้ม เด็กกัดปากตัวเอง เด็กเอาของเข้าปาก เด็กกินของแข็งแล้วบาด ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องปกติของการเป็นเด็ก และเป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของแผลในปากเด็กที่ไม่มีไข้
ข่าวดีคือกลุ่มนี้มักจัดการได้ที่บ้าน และมีสาเหตุที่แก้ได้ชัดเจนเมื่อมันเกิดซ้ำ
ลักษณะของแผลจากการบาดเจ็บ
| สิ่งที่สังเกต | แผลจากการบาดเจ็บ | ข้อสังเกต |
|---|---|---|
| จำนวน | มักเป็นแผลเดี่ยว | แผลหลายจุดพร้อมกันมักชี้ไปทางอื่น |
| ตำแหน่ง | ตรงกับฟัน จุดที่กระแทก หรืออุปกรณ์ในช่องปาก | ถ้ากลับมาที่เดิมเสมอ ให้สงสัยการเสียดสี |
| ไข้ | ไม่มี | ถ้ามีไข้ร่วม ให้คิดถึงสาเหตุอื่นด้วย |
| เหตุการณ์นำ | มักนึกออกว่าเกิดตอนไหน | แต่เด็กเล็กอาจบอกไม่ได้ จึงไม่ใช่เกณฑ์ที่ใช้ได้เสมอ |
| ลำดับการเกิด | HSE ระบุว่ามักเริ่มเป็นรอยเจ็บ แล้วขยายเป็นแผลเหลืองเจ็บ | อธิบายว่าทำไมแผลดูแย่ลงในวันที่สองหรือสาม ทั้งที่ไม่มีอะไรเกิดเพิ่ม |
| ระยะเวลา | HSE ระบุว่าอาจใช้เวลาถึงประมาณ 2 สัปดาห์จึงหาย | ตรงกับที่ NHS ระบุว่าแผลส่วนใหญ่หายเองใน 1–2 สัปดาห์ |
สาเหตุที่พบบ่อยและวิธีแก้ที่ต้นเหตุ
| สาเหตุ | สิ่งที่มักพบ | ทางแก้ |
|---|---|---|
| กัดปากหรือกระพุ้งแก้มตัวเอง | แผลเดี่ยว มักเกิดตอนกินเร่งหรือเล่นไปกินไป | ให้กินช้าลง และเลี่ยงเคี้ยวข้างที่มีแผลชั่วคราว มักหายเอง |
| ล้มหรือกระแทก | แผลที่ริมฝีปากด้านใน หรือบริเวณที่กระแทก | ดูแลความสะอาดและให้เวลา ถ้ามีฟันโยกหรือบาดเจ็บที่ฟันร่วมด้วย ควรพบทันตแพทย์ |
| อาหารแข็งหรือมีขอบคมบาด | แผลที่เพดานปากหรือเหงือก | เลี่ยงของแข็งชั่วคราว มักหายเองเมื่อไม่มีอะไรมากระทบซ้ำ |
| แปรงสีฟันหรือแปรงแรงเกินไป | รอยถลอกที่ขอบเหงือก | ใช้แปรงขนนุ่มและแปรงนุ่มนวลขึ้น ไม่ควรหยุดแปรง |
| ฟันคมหรือฟันที่กำลังขึ้น | แผลกลับมาที่เดิมตรงกับฟันซี่ใดซี่หนึ่ง | ให้ทันตแพทย์ตรวจ เป็นสาเหตุที่แก้ได้จริง |
| จุกนมที่ไม่เหมาะ | แผลในปากทารก | HSE ระบุว่าหากให้นมขวด ควรใช้ขนาดจุกที่ถูกต้องเพื่อเลี่ยงการบาดเจ็บในปากทารก |
หลักที่สำคัญที่สุดของหน้านี้คือ ถ้าแผลกลับมาที่เดิมเสมอ การทายาไม่ช่วย เพราะแผลถูกทำใหม่ทุกวัน ต้องหาว่าอะไรเสียดสีอยู่ และแก้ตรงนั้น
ดูแลอย่างไร และเมื่อไรควรพบแพทย์
หลักคือลดการกระทบซ้ำ และทำให้เด็กยังกินดื่มได้ระหว่างรอ
- ให้อาหารเย็นและนุ่ม HSE ระบุให้เลือกอาหารเย็นและนุ่ม เพราะอาหารหยาบเช่นขนมปังปิ้งอาจทำให้เจ็บ
- เลี่ยงผลไม้และน้ำผลไม้ที่เป็นกรด HSE ระบุว่าทำให้แสบ
- AAP ระบุว่าถ้าปากเจ็บ ให้เครื่องดื่มเย็น
- แปรงฟันต่อแบบนุ่มนวล ไม่ควรหยุดแปรง
- AAP ระบุว่าไม่ควรใช้น้ำยาบ้วนปากทั่วไปในเด็ก เพราะแสบ
| สิ่งที่พบ | ควรทำ | ที่มา |
|---|---|---|
| ดื่มได้ไม่ดีจนกังวลว่าจะขาดน้ำ | ติดต่อแพทย์ | CDC |
| สงสัยว่าขาดน้ำ | ติดต่อกุมารแพทย์ทันทีหรือไปห้องฉุกเฉิน | AAP |
| แผลไม่ดีขึ้นเลยหลัง 2 สัปดาห์ หรืออยู่นานเกิน 3 สัปดาห์ | พบแพทย์หรือทันตแพทย์ | HSE / NHS |
| แผลกลับมาที่เดิมซ้ำ ๆ | ให้ทันตแพทย์ตรวจหาสิ่งที่เสียดสี | — |
| มีไข้ร่วม หรือมีแผลหลายจุด | ให้แพทย์ประเมิน อาจไม่ใช่แผลจากการบาดเจ็บอย่างเดียว | CDC |
วิธีให้ของเหลวเมื่อเด็กปากเจ็บ อยู่ที่ ลูกเจ็บปาก กินข้าวไม่ได้
